เอกชนโล่งอก-2พ.ร.ก.ไม่ขัด'รธน.'เร่งรัฐจัดการก่อนน้้าท่วม-คลังลุยกู้เงินฟื้นปท.

                    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการรับฟังคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าการออก พ.ร.ก.ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท และพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) พ.ศ.2555 ของรัฐบาลไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ในส่วนของกระทรวงการคลังได้เตรียมพร้อมกระบวนการที่จะใช้พิจารณากฎเกณฑ์ต่างๆ ของการกู้เงินแล้ว หลังจากนี้จะเสนอรายละเอียดให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังพิจารณา ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า 

 


                    ทั้งนี้ เชื่อว่าคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยทําให้เกิดความเชื่อมั่นกับต่างประเทศเกี่ยวกับ แผนการบริหารจัดการน้ําของรัฐบาล โดยเฉพาะการกู้เงินที่มีความชัดเจนว่าสามารถดําเนินการได้โดยไม่ผิดวินัยการเงิน และพ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ที่จะช่วยลดภาระการใช้จ่ายของรัฐบาล และทําให้สามารถหาเงินเพิ่มมาใช้ในส่วนอื่นๆ ได้ ซึ่งรายละเอียดในการดําเนินการได้หารือกับสมาคมธนาคารไทย ผู้ประกอบการธนาคารพาณิชย์แล้ว

 
                   "หลังจากนี้ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงาน คงเร่งเดินหน้าจัดทําแผนในการบริหารจัดการน้ํา โดยแผนการกู้เงินตามพ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทนั้น คงต้องดูให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงิน แต่จากการพิจารณาแผนการบริหารจัดการน้ําส่วนใหญ่น่าจะใช้สกุลเงินบาทเป็นหลัก ซึ่งจะมาจากการกู้เงินในประเทศ โดยรูปแบบในระยะยาวคงมีการออกเป็นพันธบัตรแต่ในระยะแรกอาจเป็นการกู้ระยะสั้นไปก่อน ซึ่งกระบวนการกู้เงินจะต้องสอดคล้องกับการใช้จ่ายโครงการต่างๆ โดยจะต้องเร่งดําเนินการไม่เกินเดือนมิ.ย. 2556" นายอารีพงศ์กล่าว

 
                    นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การที่พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ผ่านนั้นจะทําให้การจัดทํางบประมาณของรัฐบาลง่ายขึ้น เพราะสามารถลดภาระงบประมาณในการจ่ายดอกเบี้ยได้ถึง 6.8 หมื่นล้านบาท ส่วนแผนการกู้เงินจะเป็นการกู้จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ซึ่งเป็นการกู้ระยะสั้น ก่อนจะแปลงเป็นพันธบัตร

 
                    นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวว่า การเรียกเก็บเงินนําส่งจากธนาคารพาณิชย์ 0.47% ถือเป็นระดับที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ยอมรับได้ และยืนยันว่าจะไม่ผลักภาระขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้และลดดอกเบี้ยเงินฝากของประชาชน ที่สําคัญจะมีการทบทวนอัตราเงินนําส่งให้ลดลงทุกๆ 3 ปี เพราะแนวทางดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ในระดับหนึ่งหากมีการเปิดเสรีทางการเงินในอนาคต

 
                    ด้านนายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายช่วยงานบริหารธปท.กล่าวว่า ธปท. คงต้องเตรียมออกประกาศเก็บเงินนําส่งจากธนาคารพาณิชย์ 0.46% ของฐานเงินฝากรวมกับตั๋วแลกเงิน (บี/อี) และหุ้นกู้ แต่ไม่รวมหุ้นกู้ด้อยสิทธิ เพื่อชําระดอกเบี้ยกองทุนฟื้นฟูฯ แทนกระทรวงการคลังงวดปี 2556 ในช่วงเดือนก.ค.2555 แต่ในส่วนของคลังคงต้องไปดูขั้นตอนปฏิบัติ และแก้ไขกฎเกณฑ์เรียกเก็บเงินนําส่งจากธนาคารพาณิชย์เข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ลดลงเหลือ 0.01% จากเดิม 0.4% และพิจารณาแนวทางพร้อมแก้ไขกฎระเบียบเรียกเก็บเงินนําส่งจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเท่ากับธนาคารพาณิชย์ในอัตรา 0.47% เพื่อนําเข้ากองทุนพัฒนาประเทศตามนโยบายรัฐบาลต่อไป 
                     นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า การผ่านพ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับทั้งภาคเอกชนและประชาชนที่มีความเป็นห่วงต่อ สถานการณ์น้ําท่วมในปีนี้ ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าบริหารจัดการต่อไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งรัฐบาลควรเร่งรัด เดินหน้าตามแผนที่วางไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่ฤดูน้ําหลากจะมาถึง

 
                     ส่วนนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า  ต่อจากนี้ไปรัฐบาลต้องเร่งประชุมคณะกรรมการต่างๆ ที่ได้ตั้งไว้เพื่อบริหารจัดการเรื่องน้ําทันที ซึ่งการประมูลในโครงการต่างๆของรัฐบาลต้องเปิดเผย โดยลงรายละเอียดการทํางานผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งหอการค้าและประชาชนต้องติดตามเรื่องทุจริต หากรัฐบาลดําเนินการเรื่องดังกล่าวได้ดีจะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งถ้าสมมติความเชื่อมั่น 100% ตอนนี้คงได้แค่ 25%

 
                     นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อํานวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การผ่านพ.ร.ก.ดังกล่าวคาดว่าใน 4 ปีจะทําให้เศรษฐกิจไทยโตขึ้น 5-7% แต่หลังจากผ่าน ร่างทั้ง 2 ฉบับไปแล้วสิ่งที่รัฐบาลต้องทําคือการเร่งทําโครงการให้แล้วเสร็จตามที่กําหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม

 

แบ่งบันไปยัง facebook