หอการค้าโคราช หารือความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตร-อาหาร หนุนผู้ประกอบการ เชื่อมโอกาสการค้าไทย-สหรัฐฯ ยกระดับภาคเกษตรสู่ตลาดสากล.

หอการค้าโคราช หารือความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตร-อาหาร หนุนผู้ประกอบการ เชื่อมโอกาสการค้าไทย-สหรัฐฯ ยกระดับภาคเกษตรสู่ตลาดสากล.

วันที่ 19 พ.ค. 69 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม B407 ชั้น 4 อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายอัฐพล สัมพันธ์วงศ์ รองประธานฝ่ายเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน, นายจีรวัฒน์ ศิริวิกุล รองประธานฝ่ายกิจกรรมภาครัฐและเอกชน และ ดร.ธีรพงศ์ คณาศักดิ์ รองประธานฝ่ายบริหารและสื่อสารองค์กร ร่วมให้การต้อนรับ Mr.Adam Branson USDA Agricultural Regional Counselor และเข้าร่วมประชุมหารือความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรและอาหาร รวมถึงแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการด้านโคเนื้อคุณภาพสูง และผู้ประกอบการร้านอาหาร เพื่อยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่น ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 , นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา หรือ USDA (US Department of Agriculture).ในที่ประชุม ดร.ธีรพงศ์ คณาศักดิ์ รองประธานฝ่ายบริหารและสื่อสารองค์กร ได้นำเสนอหัวข้อ “Korat The Innovation Gateway Economic & Investment Overview” สะท้อนศักยภาพของจังหวัดนครราชสีมาในการเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และนวัตกรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.ยังได้นำเสนอปัจจัยสนับสนุนสำคัญ หรือ “Catalyst 1 : Mega-Infrastructure Connectors” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการลงทุนของจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย M6 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา), โครงการรถไฟทางคู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ การค้า การท่องเที่ยว และการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ.ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างยั่งยืน